Category: travel news

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ถนนเพชรเกษมบริเวณกิโลเมตรที่ 216-217 เลยหาดชะอำมา 8 กิโลเมตร เป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2466 ได้รับขนานนามว่า “พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง”

บ้านเทอดไทย

สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์อันเป็นถิ่นฐานของชาวจีนฮ่อที่เข้ามาอาศัยในบริเวณนี้ โดยเฉพาะเรื่องราวของขุนส่า เป็นชาวจีนที่เข้ามาพำนักที่นี่และสร้างกองกำลังเพื่อต่อสู้เรียกร้องเอกราชคืนจากพม่าให้รัฐฉาน แต่เขากลับกลายเป็นราชายาเสพติดระดับโลก เดิมทีที่นี่มีชื่อว่า “บ้านหินแตก”เนื่องจากมีหินก้อนหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณ ที่ลำน้ำแม่คำและลำน้ำห้วยดอยแสงไหลมาบรรจบกัน

คุ้มบุญตามทัน พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญา

คุ้มบุญตามทัน พิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญา ตั้งอยู่ที่ศูนย์ประชุมแก่งเลิงจาน หมู่ที่ 17 ตำบลแก่งเลิงจาน เป็นแหล่งรวบรวมของเก่า ของแปลก ภาพถ่าย วัตถุมงคล ซึ่งนายสุรศักดิ์และนางจุรีรัตน์ (เรือนทอง) จันทรจำนง สะสมไว้เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ภายในแบ่งออกเป็น 4 ส่วน

พระธาตุหินกิ่วที่ดอยดินจี่

ชมความมหัศจรรย์แห่งองค์พระธาตุที่ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่ซึ่งมีฐานคอดกิ่วราวกับจะแยกขาด จากกันวางตัวอยู่บนหน้าผานั้น ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน” อีกทั้งหินที่อยู่บนดอยนี้ยังมีสีดำหรือน้ำตาลไหม้ บางคนจึงเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า “พระธาตุดอยดินจี่” ซึ่งหมายถึงดินที่ถูกไฟไหม้นั่นเอง ทั้งนี้ ภายในเจดีย์มีพระธาตุประดิษฐานอยู่ ที่เรียกกันว่า “พญาล่อง” ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของ ชาวจังหวัดตากและจังหวัดใกล้เคียง และในบริเวณวัดพระธาตุฯ ยังมีเรือโบราณที่มีอายุประมาณ 200 ปี พบเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2539 โดยชาวบ้านวังตะเคียนได้ช่วยกันกู้ขึ้นมาเก็บรักษาไว้ที่เชิงดอยดินจี่เรือลำนี้เป็นเรือขุดจากไม้ซุงทั้งต้น กว้าง 126 เมตร ยาว 13.35 เมตร สูง 0.52 เมตร หนา 0.04 เมตร ส่วนหัวเรือและท้ายเรือมีความยาวเท่ากัน ประมาณ 1.20 เมตร ภายในเรือมีช่องสำหรับสอดไม้กระดานเพื่อทำเป็นที่นั่งจำนวน 4 ช่อง โดยมีระยะห่างไม่เท่ากัน ซึ่งจากรูปและขนาดของเรือ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเรือที่ใช้ในการขนส่งอาหารหรือสินค้าระหว่างทั้งสองฝั่งแม่น้ำเมย ไม่เพียงเป็นความมหัศจรรย์ที่น่าทึ่งเท่านั้น หากเมื่อมองลงมาจากองค์พระธาตุ คุณจะพบทิวทัศน์ที่งดงาม ด้วยความลงตัวแม่น้ำเมยเคียงคู่กับเทือกเขาสลับซับซ้อนในเขตประเทศเมียนมาร์ และด้วยศรัทธาในองค์พระธาตุ ชาวอำเภอแม่สอดและผู้คนฝั่งพม่าจะจัดงานนมัสการพระธาตุหินกิ่วดอยดินจี่ขึ้นเป็นประจำในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

ตึกถาวรวัตถุ

ตึกสวยเด่นด้วยลักษณะอาคารยอดปรางค์ 3 ยอด บริเวณถนนหน้าพระธาตุใกล้สนามหลวง ชวนให้เข้าไปเยี่ยมชมความงดงามมีชื่อว่า ตึกถาวรวัตถุ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ตึกแดง” ซึ่งแต่เดิมตึกนี้ เคยเป็นหอสมุดแห่งชาติ โดยรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2448 เพื่อให้เป็นที่เล่าเรียนของพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย

ถ้ำหงส์

ถ้ำหงส์จัดเป็นถ้ำขนาดกลาง และการไต่ลงไปในถ้ำแห่งนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากปากถ้ำ มีขนาดค่อนข้างเล็ก ลอดเข้าไปได้ทีละคนเท่านั้นเมื่อเข้าไปแล้ว จะพบกับความเป็นธรรมชาติภายในถ้ำ ที่มีธารน้ำไหลผ่านตลอดแนว ก่อนไหลลงใต้ดินไปสู่ลำธารภายนอก นอกจากนี้ยังมีหินงอกหินย้อยรูปร่างแตกต่างกันชวนจินตนาการ

ตลาดท่าช้าง

ตลาดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ อดีตเคยเป็นแหล่งศูนย์รวมการค้าขนาดใหญ่ของจังหวัดสุพรรณบุรี และเนื่องจากสมัยก่อนการเดินทางไปยังตัวจังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเดินทางโดยทางเรือ ผู้เดินทางเข้าจังหวัดจะต้องมาขึ้นเรือที่ท่าเรือหน้าตลาดแห่งนี้ ทำให้ตลาดท่าช้างคึกคักไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าชาวจีนมากมาย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2501 เกิดไฟไหม้ตลาด ทำให้บ้านเรือนโบราณที่สร้างด้วยไม้ถูกเผาทำลายวอดวายไปกว่า 600 หลัง แต่ยังคงหลงเหลือเพียงบ้านที่อยู่ห่างออกมาเพียงไม่กี่หลัง (อย่างเช่นร้านอาหารเล็กเสี่ยวหงส์) ตลาดท่าช้างในปัจจุบัน จึงเป็นตลาดที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็มีอายุกว่า 50 ปีมาแล้ว เมื่อรวมกับบ้านเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่ ทั้งวิถีชีวิตและอาหารการกิน จึงทำให้เป็นตลาดที่มีเสน่ห์ และมีร้านอาหารให้เลือกทั้งเก่าและใหม่ ร้านค้าต่างๆ อีกมากมายให้เลือกสรร โดยเฉพาะร้านโชห่วยตลาดท่าช้าง สถานที่รวบรวมของเก่าที่หาดูได้ยาก และน่าจะถูกใจสำหรับผู้ที่รักการสะสมของเก่า ปัจจุบัน ที่นี่ยังมี ตลาดยามเย็น “ท่าช้างเดินเพลิน” ถนนคนเดินสไตล์ย้อนยุคที่กำลังได้รับความนิยมของชาวสุพรรณบุรีและนักท่องเที่ยว

โรงละครอลังการ

โรงละครที่สร้างขึ้นในขนาดความจุ 2,000 ที่นั่ง ซึ่งภายในได้รับการออกแบบและตกแต่งที่ทันสมัยแฝงกลิ่นอายแบบไทย และเป็นโรงละครเพียงแห่งเดียวที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการรับชมแบบพาโนรามาบนเวที Hexa Stage ความยาว 70 เมตร ซึ่งเป็นเวทีที่มีความยาวที่สุดในประเทศไทย ชุดการแสดงของอลังการนั้น เต็มไปด้วยความน่าตื่นตา ทั้งการแสดงเหาะเหินเดินอากาศแบบทุกมิติ ตระการตากับพลุ ไฟ ด้วยระบบไพโรเทคนิค และเทคนิคการฉายภาพบนม่านน้ำเบื้องหน้าเวทีความยาวกว่า 50 เมตร นอกจากนี้ผู้ชมจะได้สัมผัสกับ อรรถรสของการแสดงอย่างสมบูรณ์แบบ ระบบเสียง แบบ Real Surround มัลติคัลเลอร์ เลเซอร์ ปิดท้ายด้วยการแสดงสุดยอดแห่งความอลังการงานสร้างที่ยิ่งใหญ่ และเป็นโรงละครไทยแห่งเดียวที่สามารถนำเสนอการแสดงประกอบเทคนิคเอฟเฟคทั้ง INDOOR และ OUTDOOR ได้ในคราวเดียวกัน

เขาอกทะลุ

ภูเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณใจกลางเมืองพัทลุงซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลคูหาสวรรค์ ตำบลปรางค์หมู่ และตำบลพญาขันแห่งนี้ ชาวพัทลุงเชื่อกันว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ และเปรียบเสมือน เสาหลักเมืองของพัทลุงเลยทีเดียว และนี่เองจึงเป็นที่มาของการนำเขาอกทะลุและเจดีย์บนยอดเขาเป็น ตราสัญลักษณ์ของพัทลุงไปโดยปริยาย และชื่อเขาอกทะลุยังปรากฏอยู่ในคำขวัญประจำจังหวัดอีกด้วย เขาอกทะลุมีลักษณะเป็นเขาหินปูน สูงประมาณ 250 เมตร บริเวณตรงกลางเกือบถึงตอนปลายของยอดเขา มีโพรงขนาดใหญ่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางราว 10 เมตรที่สามารถมองทะลุไปยังอีกด้านหนึ่งได้ กิจกรรมไฮไลท์ · ฝึกความอดทนจากการเดินขึ้นเขาอกทะลุที่ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดถึง 1,066 ขั้นสู่จุดชมวิว หากเหนื่อยล้าก็สามารถแวะหยุดพักระหว่างทางได้ ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาทีก็จะถึงบริเวณอกทะลุ ที่อาจทำให้คุณรู้สึกหวาดเสียวเมื่อมองผ่านโพรงเห็นผืนดินเบื้องล่าง จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีกเล็กน้อยก็จะถึงยอดเขา · ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองพัทลุงในแบบพาโนรามาจากยอดเขาที่รับรองว่าคุณต้องร้องว้าว · ถ่ายภาพครั้งสำคัญเก็บไว้เป็นที่ระลึก เพื่อบันทึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตคุณได้เคยเดินทางมาเยือน สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพัทลุงเช่นเขาอกทะลุแห่งนี้

เขาพระตำหนัก หรือ เขาพระบาท

เขาพระตำหนัก หรือ เขาพระบาท เป็นภูเขาเตี้ย ๆ คั่นระหว่างหาดพัทยาใต้กับหาดจอมเทียน การเดินทาง เดินทางจากพัทยาเหนือ-กลาง-ใต้ ผ่านถนนสุขุมวิท เลี้ยวขวาตรงป้ายที่บอกว่าไปพัทยาใต้ จากนั้นเลี้ยวซ้ายที่ไฟแดงแรก ขับต่อมาอีกนิดก็จะเจอ 5 แยก เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระตำหนัก แล้วเลี้ยวขวาอีกหนึ่งครั้งก็จะถึงเขาพระตำหนัก สำหรับเส้นทางบนเขาเป็นเส้นทางเดินรถทางเดียวหรือวันเวย์ บนยอดเขามีลานจอดรถ รองรับจำนวนรถได้ประมาณ 40-50 คัน